Share

ก่อตั้งภาควิชาศิลปการละคร

ปีพ.ศ. 2505 รองศาสตราจารย์สดใสจบปริญญาโทและกลับมาเมืองไทย โดยกลับมาเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาภาษาอังกฤษ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาระหว่างนั้นก็เขียนหลักสูตรวิชาศิลปการละครไปด้วย แม้หลักสูตรจะเน้นละครตะวันตก แต่รองศาสตราจารย์สดใส ก็ได้พยายามสอดแทรกการเรียนวิชานาฎศิลป์และละครไทยเข้าไปด้วย เพื่อให้นิสิตได้รู้รอบในศิลปะทั้งตะวันตกและตะวันออก

ในตอนแรกนั้น ภาควิชาได้รับความกรุณาจากอาจารย์อาคม สายาคม และครูจำเรียง พุทธประดับมาช่วยดูหลักสูตรละครไทยให้ในส่วนของวิชาการละครตะวันตกนั้น Mr. Edward Hearn อาจารย์ที่ปรึกษาของครูที่ UCLA เป็นผู้ช่วยตรวจทานให้เมื่อเสร็จก็ได้ไปถวายให้พระองค์เปรมทอดพระเนตร และส่งหลักสูตรไปให้กระทรวงศึกษาธิการตรวจอนุมัติอีกครั้ง รองศาสตราจารย์สดใสต้องไปอธิบายว่าหลักสูตรนี้ไม่ซ้ำซ้อนกับหลักสูตรของโรงเรียนนาฏศิลป์เพราะจะเน้นสอนการละครสมัยใหม่

เมื่อหลักสูตรผ่าน พระองค์เปรมฯทรงรับแผนกนี้ไว้ในวิชาภาษาต่างประเทศ แต่ยังไม่ได้เป็นแผนกอิสระเพราะยังขาดความพร้อมในอีกหลายด้าน ยุคแรกนั้นรองศาสตราจารย์สดใสจะสอนเองแทบทุกวิชา แต่จะมีอาจารย์พิเศษมาจากที่อื่นด้วย ในระยะบุกเบิกนี้คนเลือกเรียนน้อยมาก เพราะเพิ่งเปิดใหม่และคนจำนวนมากไม่เข้าใจว่าจะ เรียนวิชาศิลปะการละครนี้ไปทำไม

ละครเรื่องแรกที่รองศาสตราจารย์สดใสกำกับคือ The Importance of Being Ernest ของ Oscar Wilde ที่แสดงในปีพ.ศ. 2507 ตอนนั้นยังไม่มีโรงละคร และได้รับความกรุณาจากอาจารย์พูนทรัพย์ นพวงศ์ให้ไปเล่นที่คณะครุศาสตร์ หลังจากละครเรื่องแรกประสบความสำเร็จลงด้วยดีก็ตามมาด้วยเรื่องอื่นๆ อีกหลายเรื่อง ส่วนมากจะเป็นเรื่องที่รองศาสตราจารย์สดใสดัดแปลงและเขียนบทเอง

รองศาสตราจารย์สดใสเขียนเล่าไว้ว่า ตอนแรกนั้นคณะไม่มีโรงละครจึงใช้ชีวิตแบบยาจก คือพเนจรไปเรื่อย บางทีไปเล่นที่หอประชุมเอยูเอ บางทีไปเล่นที่โรงละครแห่งชาติโรงเล็ก บางทีไปเล่นที่ชั้นบนของหอประชุมจุฬา จนเมื่อคณะบัญชีซึ่งอยู่ตึกสองชั้นสีขาวตรงข้ามตึกอักษรศาสต ร์2 ย้ายไป จึงมาใช้ห้อง60 ที่ตึกนั้นซ้อมและเล่นละคร ตึกหลังนี้เรียกกันว่าตึกอักษรศาสตร์ 3 ซึ่งลูกศิษย์ในสมัยนั้นหลายคนคงจำกันได้ดี ในส่วนของโรงละครสำหรับการเรียนการสอนนั้น เมื่อมีการสร้างตึก 4 บริเวณที่รกร้างหลังตึก 3 โรงละครก็ย้ายจากห้อง 60 ไปชั้นบนของตึก 4 นับเป็นโรงละครที่สองของภาควิชา

ในปี 2514 ภาควิชาศิลปการละครก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ ถือเป็นสถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกในประเทศไทยที่เปิดสอนสาขาวิชานี้ ครอบคลุมทั้งด้านวรรณกรรม ทฤษฎี การแสดง การกำกับการแสดง การเขียน การใช้เสียงและร่างกายในการแสดง การออกแบบและสร้างงานศิลป์สำหรับละครแขนงต่างๆ การใช้เสียงและร่างกายในการแสดง การบริหารจัดการการแสดงและกำกับเวที

หลักสูตรของภาควิชาศิลปการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ซึ่งรองศาสตราจารย์สดใส พันธุมโกมลเป็นผู้จัดทำ ถือเป็นแม่แบบให้กับการวางหลักสูตรวิชาการละครและการแสดงในสถาบันต่างๆ ยิ่งกว่านั้น กิจกรรมละครของภาควิชาฯ ซึ่งรอง ศาสตราจารย์สดใส พันธุมโกมล ดำเนินการให้มีมาอย่างต่อเนื่องนั้น ได้เป็นทั้งสนามฝึกทักษะวิชาของนิสิตการละครและศิษย์ต่างคณะต่างสถาบันมากมาย เป็นสื่อในการนำเสนอผลงานวิจัยสร้างสรรค์ของคณาจารย์ และที่สำคัญที่สุด เป็นตัวอย่างของงานละครเวทีที่ได้มาตรฐาน ทำให้สังคมไทย ทั้งสาธารณชนทั่วไปและผู้ที่สนใจศึกษาศาสตร์สาขานี้ ได้รู้จักศิลปะของการละครแขนงต่างๆ อย่างที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล อันถือเป็นการบ่มเพาะสุนทรียะ รสนิยม มโนทัศน์ และองค์ความรู้เกี่ยวกับการละครสากลให้กับสังคมไทย และเป็นการเสริมสร้างคุณภาพของประชากร และสื่อศิลปวัฒนธรรม- บันเทิง รวมทั้งเป็นการพัฒนาประเทศชาติทางหนึ่งด้วย

แม้เมื่อเกษียณอายุราชการแล้ว สดใส พนัธุมโกมล ก็ยังให้ปรึกษาคำแนะนำ และกำลังใจในการพัฒนาหลักสูตรอักษรศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาศิลปการละคร เป็นอาจารย์พิเศษและวิทยากรให้กับรายวิชาของ ภาควิชาฯ ตลอดมา