Share

[:th]ชีวิตที่อเมริกา[:en]Life in America[:]

[:th]เมื่อจบการศึกษาจากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รองศาสตราจารย์สดใสได้เริ่มรับราชการในตำแหน่งอาจารย์ตรีแผนกวิชาภาษาต่างประเทศ คณะอักษรศาสตร์และครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยในปีพ.ศ. 2499 และเนื่องด้วยในขณะนั้นประเทศไทยยังไม่มีการเรียนการสอนวิชาศิลปการละครสากล พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเปรมบุรฉัตรจึงได้แนะนำให้อาจารย์สดใสรับทุนฟุลไบรท์เพื่อไปศึกษาระดับปริญญาโทด้านวิชาศิลปการละครสากลที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

Oren Stein Memorial Award

ขณะศึกษาที่มหาวิทยาลัย UCLA รองศาสตราจารย์สดใส ได้แสดงนำในละครที่เขียนบทเองเรื่อง Yankee Don’t Go Home ซึ่งได้รับรางวัล Oren Stein Memorial Award ถึง 3 รางวัล คือรางวัลนักแสดงยอดเยี่ยม ผู้เขียนบทบทยอดเยี่ยม และผู้กำกับยอดเยี่ยม เป็นนักศึกษาต่างชาติคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้ นอกจากนี้ในปีพ.ศ.๒๕๐๒ อาจารย์สดใสได้ออกอัลบั้มชื่อ Sondi ในสังกัดบริษัท Liberty โดยใช้ชื่อศิลปินว่า Sondi Sodsai มีเพลงเด่น ๆ เช่น Siamese Cat Song และ Buffalo Song และในปีเดียวกันนั้นเองก็ได้รับเชิญจากผู้จัดงานประกวดผ่าน ทางกงสุลไทยประจำลอสแอนเจลิสให้เป็นตัวแทนของประเทศไทยในการประกวด Miss Universe และได้รับคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ให้เป็น Miss Friendship

 

รองศาสตราจารย์สดใสได้รับข้อเสนอให้เซ็นสัญญาเป็นนักแสดงอาชีพในสังกัดของบริษัท ทเวนตีเซนจูรีฟอกซ์ (Twentieth Century Fox) เป็นเวลา 7 ปี โดยมีค่าตอบแทนให้สัปดาห์ละ 500 เหรียญ แต่อาจารย์ดใสกลับเลือกที่จะทำงานในฐานะนักศึกษาดูงานของบริษัทฟอกซ์เป็นเวลาสองปีแทนเพื่อที่จะได้มากลับมารับราชการและเปิดหลักสูตรศิลปการละครสากลในประเทศไทย

ขณะที่ศึกษาและทำงานอยู่กับบริษทัฟ็อกซ์ สดใสได้ทำงานร่วมกับศิลปินในวงการฮอลลีวู้ดหลายคน อาทิ จีน เคลลี (Gene Kelly) , ลูซิล บอลล์ (Lucille Ball), แซนฝอร์ด ไมส์เนอร์ (Sanford Meisner) และไล โอเนล นิวแมน (Lionel Newman) ผู้กำกับดนตรีเจ้าของรางวัลออสการ์หลายสิบตัว เช่น จากภาพยนตร์เรื่อง Hello Dolly นอกจากนี้ยังได้ร่วมแสดงทั้งภาพยนตร์และทางโทรทัศน์ อาทิ The Lucy-Desi Comedy Hour (๒๕๐๐) ภาพยนตร์โทรทัศน์ชุด Mike Hammer (๒๕๐๒) Adventures in Paradise (๒๕๐๒-๒๕๐๕), The Case of the Dangerous Robin (๒๕๐๓) และยังร่วมแสดงในรายการโทรทัศน์ The Groucho Marx Show ที่ลอสแอนเจอลีสซึ่งเป็นรายการที่ออกอากาศทั่วประเทศ

 

ภาพยนตร์โทรทัศน์ชุด Mike Hammer

นอกจากนี้ยังร่วมกิจกรรมในวงการบันเทิงของอเมริกาอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแสดงคอนเสิร์ตที่ Hollywood Bowl, ออกรายการสัมภาษณ์ของ Rosemary Clooney, ออกรายการร้องเพลงและแสดงใน The Larry Finley Show,  จัดรายการทางวิทยุ KVFM , เป็นกรรมการตัดสินการประกวดการเต้นรำในรายการ The Al Jarvis Show และทำรายการประจำทางโทรทัศน์ The Tom Duggan Show เป็น Co-host ร่วมกับ Tom Duggan

เมื่อจบการศึกษา Master of Arts in Theater จาก University of California at Los Angeles (UCLA) รองศาสตราจารย์สดใส กลับมาประเทศไทย และก่อตั้งแผนกวิชาศิลปการละครขึ้นในคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่อปี พ.ศ. 2514 จนปัจจุบันได้กลายเป็นภาควิชาศิลปการละคร เปิดสอนหลักสูตรศิลปการละครทั้งในระดับปริญญาตรีและปริญญาโท และสร้างสรรค์ผลงานละครเวทีออกสู่สาธารณะเป็นประจำทุกปี[:en]While studying at the University of California at Los Angeles, Sodsai wrote and starred in a play called “Yankee Don’t Go Home”. The play won 3 of the Oren Stein Memorial Awards, Best Actor, Best Playwright, and Best Director. She was the first foreign student to ever receive this award. In 1959, she released her first album named as “Sondi” with Liberty Records and used “Sondi Sodsai” as her artist’s name. “Siamese Cat Song” and “Buffalo Song” were the two featured songs of this album. In the same year, the Miss Universe Competition contacted The Royal Thai Consulate-General in Los Angeles inviting Sodsai to be the representative of Thailand. The judges unanimously voted her as Miss Friendship.

Even though Twentieth Century Fox offered her a 7 year professional actor contract for 500 dollars per week, Sodsai only accepted a two-year internship. By doing so, she could return to Thailand and start the Dramatic Arts program.

At Twentieth Century Fox, Sodsai worked with many Hollywood stars, such as Gene Kelly, Lucille Ball, Sanford Meisner, and Lionel Newman, the conductor and the Oscar awards winner for “Hello Dolly”. She also appeared in both television and film, such as “The Lucy-Desi Comedy Hour” (1957), the TV series “Mike Hammer” (1959), “Adventures in Paradise” (1959-1962), “The Case of the Dangerous Robin” (1960), and the TV show “The Groucho Marx Show” in LA.

Additionally, she also participated in many activities in American show business, such as performing in a concert at Hollywood Bowl, going on Rosemary Clooney’s show, singing and dancing in The Larry Finley Show, hosting KVFM radio program, being a judge for a dance competition in The Al Jarvis Show and co-hosting The Tom Duggan Show with Tom Duggan.

After graduating with a Master of Arts in Theater from UCLA, she returned to Thailand and established the Department of Dramatic Arts at Faculty of Arts at Chulalongkorn University in 1971. The department provides bachelor’s and master’s degrees and has been producing  theatrical performances for the public every year.

 

 

 

ภาพยนตร์โทรทัศน์ชุด Mike Hammer

นอกจากนี้ ยังร่วมกิจกรรมในวงการบันเทิงของอเมริกาอีกมากมาย ไม่ ว่าจะเป็นแสดงคอนเสิร์ตที่ Hollywood Bowl, ออกรายการสัมภาษณ์ ของ Rosemary Clooney, ออกรายการร้องเพลงและแสดงใน The Larry Finley Show, จัดรายการทางวิทยุ KVFM , เป็นกรรมการตัดสิน การประกวดการเต้นรำในรายการ The Al Jarvis Show และทำรายการ ประจำทางโทรทัศน์ The Tom Duggan Show เป็น Co-host ร่วมกับ Tom Duggan

เมื่อจบการศึกษา Master of Arts in Theater จาก University of California at Los Angeles (UCLA) รองศาสตราจารย์สดใส กลับมา ประเทศไทย และก่อตั้งแผนกวิชาศิลปการละครขึ้นในคณะอักษร ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่อปี พ.ศ. 2514 จนปัจจุบันได้ กลายเป็นภาควิชาศิลปการละคร เปิดสอนหลักสูตรศิลปการละครทั้งใน ระดับปริญญาตรีและปริญญาโท และสร้างสรรค์ผลงานละครเวทีออกสู่ สาธารณะเป็นประจำทุกปี[:]